Update 31/10/2019 ติชม  พิมพ์
ไนท์ สริม
8857106580064 106062 กลุ่ม สินค้าสุขภาพ หมวด อาหารเสริม อย. 26-1-00749-1-00

215.00 PV
0.00CV
0.00RV
0.00SV
760.00Member Price
1,500.00Price

1. ส้มแขก ภาษาอังกฤษ Garcinia (การ์ซิเนีย) โดยมีถิ่นกำเนิดในอินเดียและศรีลังกา ซึ่งในบ้านเรานิยมปลูกมากในทางภาคใต้

ผลส้มแขกมีรสเปรี้ยวนิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เพื่อให้มีรสเปรี้ยว หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน ทำเป็นเครื่องดื่มลดความอ้วน

***สรรพคุณของส้มแขก***

- ช่วยแก้อาการไอ (ดอก)

- สรรพคุณส้มแขกใช้เป็นยาขับเสมหะ (ดอก)

- ส้มแขกสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ

- ใบสดน้ำมารับประทานช่วยแก้อาการท้องผูก (ใบ)

- ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร

- ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

2. ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน เพราะในชาเขียวมีสารแอนติออกซิแดนท์ โพลีฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณของชาเขียวอีกประการหนึ่ง คือช่วยลดน้ำหนัก จากการวิจัยยังพบอีกว่าสารคาเฟอีนและสารฝาดแคททิคิน ในชาเขียวทำให้เมตาบอลิซึมในร่างกายดีขึ้น เผาผลาญพลังงานได้มาก เป็นผลทำให้น้ำหนักตัวลดลง โดยที่ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ

- กล่าวกันว่าชาเขียวช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูห์มาติก (rheumatoid arthritis) ที่มักจะเกิดกับสตรีวัยกลางคน อาการของโรคโดยทั่วไปคือมีอาการของการอักเสบบวมแดง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ

- สารแคเทชินในชาเขียว ช่วยทำลายคอเลสเทอรอล และกำจัดปริมาณของคอเรสเทอรอลในลำไส้ แค่นั้นยังไม่พอ ชาเขียวยังช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่พอดีอีกด้วย

- ช่วยทำให้ลมหายใจสดชื่นและป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย อันที่จริงแล้วพบว่าชาเขียวเป็นตัวช่วยยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก ต่อสู้กับเชื้อไวรัสในปากโดยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย

3. พริกไทดำ ภาษาอังกฤษ Pepper มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Piper nigrum Linn

สำหรับสรรพคุณทางยานั้น พริกไทยดำจะมีสรรพคุณทางยาที่มากกว่าพริกไทยล่อน (พริกไทยขาว)

สำหรับบุคคลทั่วไปไม่ควรรับประทานพริกไทยในปริมาณที่มากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เกิดโทษได้ และสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคตา มีอาการเจ็บคอก็ไม่ควรรับประทานพริกไทย รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไปอาจจะทำให้อาการของริดสีดวงทวารกำเริบได้ !

***ประโยชน์ของพริกไทย***

- เมล็ดพริกไทยมีสารฟินอลิกส์ และสารพิเพอรีน ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

- ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย

- ช่วยขับเสมหะ เปิดคอให้โล่งขึ้น

- เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยเพิ่มการสูบฉีดโลหิตเข้าหัวใจ

- ช่วยกระตุ้นการขับเหงื่อออกจากร่างกาย เมื่อเหงื่อระเหยออกจากผิวแล้ว จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบายมากยิ่งขึ้น

- ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

4. กระเจี๊ยบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa โดยในประเทศไทยมีแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี และฉะเชิงเทรา

***สรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง***

- ช่วยละลายไขมันในเส้นเลือด

- ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย

- ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย

- ช่วยในการย่อยอาหาร ใช้เป็นยาระบาย ช่วยหล่อลื่นลำไส้ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น

- ในอียิปต์ มีการใช้ทั้งต้นนำมาต้นกินเป็นยาลดน้ำหนักเนื่องจากเป็นยาระบาย และยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย

5. มะขามแขก ชื่อสามัญ Alexandria senna, Alexandrian senna Indian sennaม senna, Tinnevelly senna มะขามแขก ชื่อวิทยาศาสตร์ Senna alexandrina P. Miller

มีสรรพคุณที่โดดเด่นในเรื่องของการใช้เป็นยาถ่าย เนื่องจากมีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinones) ที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ให้ถ่ายท้องได้

***สรรพคุณของมะขามแขก***

- ใบและฝักมะขามแขก ใช้ปรุงเป็นยาถ่าย ยาระบายได้ดี และช่วยแก้อาการท้องผูกได้

- ช่วยถ่ายพยาธิ

- ช่วยถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก

***ข้อควรรระวังเกี่ยวกับมะขามแขก***

- เมื่อใช้ในการรักษาอาการท้องผูก ควรใช้เป็นครั้งคราว หรือใช้ยาเท่าที่จำเป็น และใช้รักษาในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ใช้ติดต่อกันเกินกว่า 2 สัปดาห์ เพราะถ้าใช้ติดต่อกันนานอาจจะทำให้ลำไส้ชินกับยา

ส่งผลให้ต้องใช้ยาตลอดจึงจะขับถ่ายได้ ทางที่ดีหากคุณมีอาการท้องผูก แนะนำว่าควรใช้ยาสมุนไพรมะขามแขกเท่าที่จำเป็น และหันมารับประทานผักหรืออาหารที่มีกากใยอย่างจริงจัง ออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา

- มะขามแขกมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ จึงไม่ควรใช้ในในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเกร็งในช่องท้อง ไส้ติ่งอักเสบ โรคลำไส้ใหญ่ส่วนล่างอักเสบ ลำไส้อุดตัน หรือมีอาการปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ

- ไม่ควรใช้มะขามแขกร่วมกับยาต้านฮิสตามีนซึ่งเป็นยาแก้แพ้ เพราะอาจจะทำให้ฤทธิ์การเป็นยาระบายลดน้อยลง

6. ถั่วขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bruguiera cylindrica)

สารสกัดจากถั่วขาว หรือ ฟาซิโอลามิน (Phaseolamin) คือ สารที่ทำหน้าที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ แอลฟา-อะไมเลส ที่ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต บริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น

ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ช่วยย่อยแป้งให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลง ส่งผลให้อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปถูกดูดซึมนำไปใช้เป็น พลังงานเพียงบางส่วนเท่านั้น

โดยสารฟาซีโอลามิน มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลถึง 66% แล้วขับถ่ายเป็นแป้งออกไปทั้งหมด ที่เหลืออีก 34% นั้นเอ็นไซม์จะย่อยน้ำตาลอย่างอิสระเช่นเดิม

แป้งที่เราบริโภคเข้าไปจึงไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทั้งหมด การสะสมของไขมันที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปของน้ำตาลจึงลดลงด้วย เมื่อร่างกายได้รับพลังงานลดลง จึงดึงเอาไขมันเก่าที่สะสมไว้มาเผาผลาญ ทำให้ไขมันในร่างกายลดลงด้วย

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, เว็บไซต์เดอะแดนดอทคอม, งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), วารสาร “เกษตรกรรมและเคมีอาหาร”