Update 31/10/2019 ติชม  พิมพ์
ยาน้ำแก้ไอ เฟลมมิ่ง
8854548005339 106053 กลุ่ม สินค้าสุขภาพ หมวด ยาสามัญประจำบ้าน G 139/52 ฑท. 1295/2553

10.00 PV
0.00CV
0.00RV
0.00SV
185.00Member Price
190.00Price

ส่วนประกอบสำคัญ: รากชะเอมเทศ, กลีบเลี้ยงและริ้วประดับกระเจี๊ยบ, กานพลู, ลูกมะขามป้อม, ลูกมะแว้งเครือ และสมุนไพรอื่นๆ

- ชะเอมเทศ ชื่อสามัญ Licorice, Chinese licorice, Russian licorice, Spanish licorice ชะเอมเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Glycyrrhiza glabra Linn. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว

***สรรพคุณของชะเอมเทศ***

1. สรรพคุณชะเอมเทศ รากช่วยบำรุงร่างกาย (ราก)

2. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากรากชะเอมเทศมีสาระสำคัญอย่าง กลีเซอไรซิน (Glycyrrhizin) และสารเคมีอื่นๆ อีกหลายร้อยชนิด เช่น ไฟโตเอสโตรเจน และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ราก)

3. ช่วยทำให้ชุ่มคอ และแก้อาการไอ (ราก)

4. รากสดใช้รักษาอาการเจ็บคอ

5. ช่วยขับเสมหะ (ราก)

6. รากชะเอมเทศมีรสชุ่ม ใช้เป็นยาบำรุงปอด (ราก)

***แหล่งอ้างอิง***

1. สมุนไพรดอทคอม. ”ชะเอมเทศ“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.samunpri.com. [14 มี.ค. 2013].

2. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. ”ชะเอมเทศ“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: th.wikipedia.org/wiki/ชะเอมเทศ. [14 มี.ค. 2014].

3. รีดเดอร์ส ไดเจสท์ สรรสาระ. ”ชะเอมเทศ“. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: www.readersdigestthailand.co.th.

- มะขามป้อม ภาษาอังกฤษ คือ “Indian Gooseberry” ส่วนมะขามป้อมชื่อวิทยาศาสตร์จะใช้คำว่า “Phyllanthus emblica Linn.” เป็นสมุนไพรที่ชาวอินเดียใช้มา หลายพันปีแล้ว เพราะยาอายุวัฒนะ

มะขามป้อม จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและเป็นสมุนไพรพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งเพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีสูงมาก โดยประโยชน์มะขามป้อมหรือสรรพคุณมะขามป้อมนั้นมีมากมาย เพราะมะข้ามป้อมนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่ประโยชน์ต่อร่างกาย

***สรรพคุณของมะข้ามป้อม***

1. นิยมนำมารับประทานเพื่อให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย

2. วิตามินซีในมะขามป้อมสามารถดูดซึมได้เร็วกว่าวิตามินซีชนิดเม็ดเป็นอย่างมาก

3. ใช้บำรุงผิวหน้าให้ขาวสดใส รักษาฝ้า ด้วยการนำมะขามป้อมมาฝนกับฝาละมีแล้วนำน้ำที่ได้มาทาบริเวณรอยฝ้า

4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา

5. ช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง

6. ช่วยบำรุงโลหิตได้เป็นอย่างดี

7. มะขามป้อมมีเป็นยาแก้หวัด แก้ไอ และละลายเสมหะได้อีกด้วย

8. ช่วยรักษาและป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

***แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองโภชนาการกระทรวงสาธารณสุข***

รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา วันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร เช้า กลางวัน เย็น หรือเวลาไอและมีเสมหะ